สวนยางยั่งยืน แปลงนายอภิชา ทองสุย

สวนยางยั่งยืน(พืชร่วมยาง) ขยายผลศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง สปก.ระนอง

  • ที่อยู่ : 5/3 ม. 2 ตำบลกะเปอร์ อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง
  • โทร : 0864709791
กิจกรรม
ความรู้
บริการ
นายอภิชา  ทองสุยประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตยางพารากะเปอร์  ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง สปก.ระนอง   และหมอดินอาสา :กรมพัฒนาที่ดิน  ครูบัญชี:กรมตรวจบัญชีสหกรณ์    มีความมุ่งมั่นตั้งใจน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงพระบาทสมเด็จเจ้าอยู่หัวภูมิพล รัชกาลที่ 9  มาประยุกต์ปฏิบัติในการทำการเกษตรครบวงจร เพื่อปรับเปลี่ยนวิถีการผลิตจากเกษตรเชิงเดี่ยวเป็นเกษตรผสมผสาน    ลดความเสี่ยงในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม แก้ปัญหายางพาราราคาตกต่ำ  และได้ผ่านมาได้ศึกษาเรียนรู้  ดูงานรูปแบบการทำเกษตรเศรษฐกิจพอเพียงจากพื้นที่ต่าง   นำปรับรูปแบบการทำเกษตรสวนยางพารา  ปลูกไม้ผลเสริมในสวนยาง  พืชพืชผักท้องถิ่น  จัดโซนพื้นที่ทำเกษตรที่หลากหลายกิจกรรม ตั้งแต่ปี 2548  ถึงปัจจุบันได้เป็นเป็นตัวอย่าง  แหล่งเรียนรู้ให้แก่เกษตรกร
นายอภิชา กล่าวถึงหลักคิดการทำงาน “  เพราะงานพัฒนาที่ทำ เราเป็นเจ้าของร่วมกับชุมชน  จะให้ใครที่ไหนมาพัฒนาให้เรา   เราทุกคนต้องช่วยกันทำ ช่วยกันดูแลด้วยภูมิปัญญาที่มี   และยึดมั่นบนผลประโยชน์ของชุมชน และกล้ายืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้องและเป็นธรรม   ”

สวนยางยั่งยืน(พืชร่วมยาง)    ขยายผลศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง  สปก.ระนอง     ให้เกษตรกรรายอื่นได้สืบสานตามรอยพ่อพอเพียง  ทำการเกษตรผสมผสานทั้งพืชและสัตว์  การผลิตปุ๋ยชีวภาพ  การเพาะกล้าไม้     การเพิ่มรายได้จากสวนยาง   จากพืชผักเหลียง มะนาว    สมุนไพร  ไม้ดอก   และการพัฒนา ต่อยอดกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตยางพารากะเปอร์  ซึ่งมีสมาชิก 152 ราย  ทุนหมุนเวียน 2.2 ล้านบาท  ให้มีสมาชิกมีเงินออมผ่านการสัจจะออมทรัพย์ และทุนหมุนเวียนบริการสินเชื่อ สวัสดิการแก่สมาชิก รวมทั้งต่อยอดกิจกรรมการผลิตอื่น ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตสมาชิกในหมู่บ้าน

นายอภิชา ทองสุย    มีการทำเกษตรผสมผสาน มีกิจกรรมการผลิตทั้งพืชและสัตว์ที่หลากหลาย  โดยจัดแบ่งพื้นที่ไว้ 4 โซน  โซนพื้นที่ 1 ไร่ สำหรับบ้านที่อยู่อาศัยและพืชผักสวนครัว   โซนที่ 2  พื้นที่ลุ่ม  3 ไร่ ปลูกมะนาว พืชผักและไม้พื้นบ้านกับขุดสระน้ำเลี้ยงปลา   ทำเรือนเพาะชากล้าไม้  ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง   โซนที่ 3 พื้นที่ 12 ไร่ สวนยางพาราแซมด้วยไม้ผลลองกองและผักเหลียง    โซนที่ 4  พื้นที่ 11 ไร่  โค่นยางพารา   จัดแถวแบบฟันทัวแล้ว ปลูกทุเรียน  ผสมกับไม้พื้นที่บ้านกับไม้ป่าเศรษฐกิจ  (ได้รับทุนสงเคราะห์ กยท. ปี 61 ปลูกระยะ 3+10 เมตร    50 ต้นต่อไร่)   

        หลังการปรับเปลี่ยนการผลิตจากสวนยางเชิงเดี่ยวมาเป็นสวนยางยั่งยืน(เกษตรกรรมยั่งยืน :รูปแบบเกษตรผสมผสาน)  มีผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น 4  ประการ  ดังนี้  
         1) มีความมั่นทางอาหารในครัวเรือนและชุมชน : ผลผลิตจากพืชและสัตว์ที่เลี้ยงไว้   มีผักผลไม้ปลอดสารไว้บริโภคและแจกจ่ายแก่ญาติมิตร      
         2) มีรายได้และลดรายจ่ายในครัวเรือน  : รายได้ทั้งรายวันและสัปดาห์จากพืชผักพื้นบ้าน จำหน่ายกล้าพันธ์ไม้-ไม้ประดับ    พร้อมๆ กับลดค่าใช้จ่ายซื้อผักผลไม้มาบริโภคในครัวเรือน        
         3)ลดต้นทุนการผลิตในแปลงเกษตร  ทั้งค่าปุ๋ย แรงงานน้อยลง  ไม่ใช้สารเคมีในแปลง  อันเป็นการเพิ่มรายได้จากสวนยาง  
         4) ต้นยางพาราความต้านทานโรค  เมื่อระบบนิเวศฟื้นคืนเกื้อกูลซึ่งกันและกัน

เกษตรผสมผสาน พื้นที่ 27 ไร่
ทุเรียน สะตอ หมาก ไม้พื้นถิ่น ไม้เศรษฐกิจ (11 ไร่)
 ยางพารา แซมผักเหลียง ไม้ผล ลองกอง (12 ไร่)
 มะนาว ผักพื้นบ้าน แซมไม้เศรษฐกิจ (3 ไร่)
โรงเรียนเพาะชำกล้าไม้
ไม้ดอกไม้ประดับ
ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง วิสาหกิจชุมชน ผู้ผลิตยางพารา กะเปอร์